.+*[$nowdroP]*+. View my profile

*นิยาย ที่นำมาโพสต์ไว้ในบล็อคเป็นการสำรองข้อมูลก่อนลงเว็บ Dek-d.com ดังนั้นจะมีการอัพที่ไวกว่าแต่จะไม่มีการแจ้งเปอร์เซ็นต์ที่แน่นอนนะจ๊ะ*
 
 
Chapter7 : บทสรุปที่ยังไม่สิ้นสุด

      ภายในกรงขังที่มืดมิดและอับชื้น เจ้าชายแห่งเครเวอร์กำลังนั่งนิ่งๆ แล้วทอดสายตามองไปยังหน้าต่างด้านนอกด้วยสายตาสิ้นหวัง
      เขาไม่รู้ว่าเขาอยู่ในคุกมืดๆ นี่มากี่วันแล้ว และยังไม่รู้สถานการณ์ข้างนอกด้วยว่าทั้งสองฝ่ายสู้รบกันไปถึงไหน เพราะเจ้าคนเฝ้าคุกไม่ยอมบอกอะไรกับเขาทั้งสิ้น มีแต่กัดเขาเจ็บๆ คันๆ พอให้ได้รู้สึกว่าไม่ได้อยู่เพียงคนเดียวในสถานที่ที่เงียบเหงาเช่นนี้
      ร่างกายที่เคยแข็งแรงอย่างคนสุขภาพดีของเขาก็ค่อยๆ ผ่ายผอมลงจนเห็นได้ชัด ให้ตายสิ! ความกังวลและสภาพแวดล้อมแย่ๆ นี่กำลังจะทำให้เขาคลั่งตาย!!
      แกร๊กๆ
      เสียงไขประตูห้องขังที่ดังเบาๆ พอจะเรียกความสนใจของเชลยศึกให้หันไปสนใจได้  แสงสว่างจากภายนอกที่สาดส่องเข้ามาเมื่อประตูบานใหญ่เปิดออกทำให้เขาต้องหรี่ตาและเอามือป้องแสงอย่างแสบตา
      ทันใดนั้นเอง โซ่เส้นใหญ่ก็พุ่งเข้ามัดตัวเขาพร้อมกุญแจมือที่หนาหนักซึ่งล็อคสองมือไว้อย่างแน่นหนา ตามมาด้วยแรงกระชากที่ทำให้เขาลอยหวือไปข้างหน้าราวกับว่าวที่ถูกดึงสายป่าน
      โซ่กับนักโทษและห้องขัง ช่างเป็นคำที่ขาดกันไม่ได้เลยจริงๆ...
      เซวอสนึกประชดอยู่ในใจก่อนจะเดินตามแรงดึงนั้นไปเรื่อยๆ ระหว่างทางนั้นเขาก็พยายามมองเสี้ยวหน้าคนที่คาดว่าจะเป็นคู่ปรับลับฝีปากที่ประลองคำกัดกับเขาแทบทุกวัน
      มันเป็นทหารร่างสูงใหญ่บึกบึน สูงเสียจนเรียกว่ายักษ์ก็คงไม่มีใครค้าน ทั้งใบหน้าก็ยังรกรุงรังไปด้วยหนวดเคราแบบที่ใครเห็นก็คงต้องเผ่นหนีด้วยคิดว่าเป็นมหาโจรใจคด นั่นทำให้เขาอดจะเอ่ยถามออกมาไม่ได้
      "เคยมีใครบอกไหมว่าเจ้ามันหน้าเหมือนโจร" คำถามนั้นทำให้ทหารคุมคุกชะงักเท้านิดหนึ่ง แต่ก็หัวเราะเสียงต่ำๆ ที่แฝงความเศร้าอย่างล้ำลึกอยู่ในที
      "เยอะแยะ แต่ไม่มีใครกล้าถามตรงๆอย่างเจ้า"
      "ฮ่าๆๆ พวกเขาคงกลัวเจ้าหันมาส่งกำปั้นแทนคำตอบล่ะมั้ง" ท่าทีสบายๆ ไม่รังเกียจและไม่หวาดกลัวของเชลยกิตติมศักดิ์ทำให้ชายร่างยักษ์หัวเราะตาม ชักจะถูกใจเจ้าคนที่ได้แต่ตอบโต้แต่ไม่เคยเห็นหน้าจนมันออกมานี่ขึ้นมานิดหนึ่ง
      "แล้วเจ้าไม่กลัวรึไง" คนถูกถามส่ายหน้าวืด จากที่เป็นฝ่ายถูกจูง กลับกลายเป็นเดินมาขนาบข้างเพื่อพูดคุยเสียอย่างนั้น
      "ไม่หรอก เจ้าพูดตรงดี ไม่เหมือนพวกในวัง นิสัยแบบนี้ข้าชอบ"
      "เจ้าก็ใจกล้าดี ดูโง่ไปนิดแต่ก็ดูจริงใจ"
      "ข้าจะถือว่านั่นเป็นคำชมแล้วกันนะ" เซวอสหัวเราะคิกคัก "แล้วเจ้าชื่ออะไร?"
      "ข้าชื่ออัลฟรองโซ่"
      "ชื่อเหมือนหมา" คำพูดลอยๆของเขา ทำให้เจ้าของชื่อหันมามองอย่างไม่พอใจแวบหนึ่ง "เปล่าๆ ข้าหมายถึงชื่อมันน่ารักดี เหมือนหมาไม่เหมือนชื่อคน"
      "สงสัยเจ้าจะอยากกินกำปั้นก่อนไปพบพระราชา" คนฟังคำแก้ตัวที่ดูเหมือนยิ่งพูดยิ่งแย่กำมือเหมือนเตรียมพร้อมปล่อยหมัด ชายหนุ่มจึงต้องยกมือสองข้างขึ้นเป็นสัญญาณยอมแพ้
      "ง่า ข้าก็แค่พูดไม่ทันคิด เจ้าอย่าถือสาข้าสิ ไหนว่าชอบที่ข้าพูดตรงไง"
      "พูดตรงกับพูดไม่ใช้สมองมันเหมือนกันที่ไหน" อัลฟรองโซ่ทิ้งมือลงข้างกายดังเดิม และเลี้ยวเข้าสู่ตัวพระราชวังที่เต็มไปด้วยแสงไฟในยามค่ำคืนเช่นนี้
      "ก็ได้ ข้าผิดเองนั่นล่ะ ว่าแต่เรากำลังจะไปไหนน่ะ?"
      "เอาเจ้าไปให้ราชาดูหน้าเพราะเจ้าชายเป็นคนมาขอประกันตัว" คำตอบกึ่งเล่นกึ่งจริงทำให้ชายผมดำอดขำไม่ได้ มันก็น่าตลกอยู่ที่ว่าคนเอาเขาเข้าคุกได้รับคำสั่งจากราชา แต่คนขอประกันตัวกลับเป็นเจ้าชายที่ได้ชื่อว่าราชารักและตามใจมาโดยตลอดเสียอย่างนั้น แล้วยังทำท่าจะอนุญาตเสียด้วยสิ
      "ข้าส่งเจ้าได้เพียงเท่านี้แหละ ทหารจะนำตัวเจ้าไปเข้าเฝ้าราชาต่อเอง" อัลฟรองโซ่หยุดฝีเท้าลงที่ประตูเล็กๆหลังวัง แล้วส่งต่อโซ่ไปให้กับทหารที่มารับตัวนักโทษ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปตามทาง
      "แล้วข้าจะบอกซีลูเรียสว่าเจ้าทำงานดีแค่ไหน" ชายร่างยักษ์ยกมือข้างขวาขึ้นเป็นเชิงว่ารับรู้แล้ว แต่สองเท้าก็ยังคงเดินหน้าต่อไป
      เมื่ออัลฟรองโซ่ไปแล้ว คนที่เขาก็คุยด้วยก็ไม่มีอีก ทหารที่มานำตัวเขาไปนั้นเป็นหมูป่าตัวใหญ่สองตัวที่ยืนสองขาได้ และดูจากหน้าตาท่าทางแล้ว เขาก็อดกลัวไม่ได้ว่า หากพูดอะไรออกไปแบบที่คุยกับอัลฟรองโซ่มาตลอดทาง อาจจะโดนหมูขวิดตายได้
      "นำตัวนักโทษมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ" เสียงแหบใหญ่ตะโกนดังอยู่หน้าประตูเมื่อมาถึงที่หมาย
      "นำตัวเข้ามาได้" เสียงที่ตอบกลับมานั้นเขาจำได้ดีว่าเป็นเสียงพ่อของเพื่อนที่สั่งจับกุมเขาเอาไว้
      เมื่อประตูห้องเปิดออก คนแรกที่เขาเห็นก็คือใบหน้ายิ้มแย้มระคนขบขันของซีลูเรียส เลยถัดไปอีกเป็นกษัตริย์แห่งเฟรลอสที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สูง พระองค์ดูชราลงไปมากจากครั้งสุดท้ายที่เขาได้พบ
      "ประสบการณ์ในคุกเกือบเดือนเป็นยังไงบ้างหืม ขนาดข้ายังไม่เคยเข้าไปนานขนาดนั้นเลยนะ" เจ้าชายแห่งเฟรลอสเย้าอย่างขบขำ แต่คนถูกหยอกกลับทำหน้าเซ็งๆตอบ
      "ก็เร้าใจดี ไม่รู้จะตายวันไหน"
      "อะแฮ่ม" กษัตริย์แห่งเฟรลอสกระแอมไอเสียงดังเพื่อบอกให้รู้ว่ายังมีผู้ใหญ่นั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้อีกคน
      "ถวายบังคมฝ่าบาท ตอนนี้กระหม่อมไม่สามารถทำความเคารพได้ โปรดประทานอภัยด้วย" ถึงแม้ว่าพระองค์จะเป็นคนสั่งจับเขา แต่เขาก็เข้าใจดีว่าด้วยตำแหน่งกษัตริย์ จะนึกทำอะไรตามใจคงไม่ได้
      "แก้มัดเขาเสีย" เมื่อได้รับคำสั่ง หมูป่าสองตัวจึงรีบใช้กีบเท้าปลดกุญแจมือให้เขาอย่างคล่องแคล่ว ทำให้เขาต้องนิ่งมองอย่างสนใจ ตอนนี้พันธนาการทั้งหลายได้หายไปแล้ว ชายหนุ่มจึงก้มตัวทำความเคารพได้เสียที
      "ข้าจะไม่อ้อมค้อมนะ พรุ่งนี้ข้าจะส่งเจ้ากับซีลูเรียสกลับสู่สนามรบ และจงไปเจรจากับเครเวอร์เสีย ว่าเราไม่ปราถนาให้ประชาชนต้องมาเสียเลือดเนื้อด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องเช่นนี้" ฝ่าบาทตรัสสั่งด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า
      "กระหม่อมขอทูลถามได้ไหมพ่ะย่ะค่ะ ว่าชนวนสงครามในครั้งนี้คืออะไร?" เซวอสถาม
      "พ่อของเจ้าบอกว่าเฟรลอสบุกทำลายหมู่บ้านตามชายแดนในเครเวอร์จนเสียหายไปหลายแห่ง แล้วเมื่อเครเวอร์จะส่งทูตมาเจรจา บรรดาทูตเหล่านั้นก็หายไปราวกับถูกฆ่าตายไปแล้ว" คนตอบคือซีลูเรียสที่เพิ่งทราบข่าวเมื่อเร็วๆนี้จากหน่วยสอดแนมของกองทัพ
      "แล้ว?..." เจ้าชายแห่งเครเวอร์เหลือบสายตามองไปยังกษัตริย์บนบัลลังก์อย่างระแวดระวัง เขาไม่ชอบฟังความข้างเดียว และยิ่งไม่ชอบการกล่าวหาแบบไม่มีหลักฐานด้วย
      แววตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจของราชาฉายแวบขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยยืนยันความบริสุทธิ์ "ข้าไม่ได้เป็นคนสั่งการ แต่หลังสงครามนี้ ข้าจะทำการสืบสวนครั้งใหญ่อีกทีหนึ่ง"
      "หากกระหม่อมกลับสู่ประเทศแล้ว จะรีบดำเนินการตรวจสอบภายในทันทีเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ" เมื่อกษัตริย์ให้คำสาบาน เขาจึงให้ความมั่นใจว่าจะไม่ปรักปรำเฟรลอสอยู่ฝ่ายเดียวเช่นกัน
      "ข้าจะรอดู" กษัตริย์พยักหน้าพอใจ "พวกเจ้าไปพักผ่อนเสียเถอะ พรุ่งนี้จะได้กลับสู่สนามรบแต่เช้า"
      "พ่ะย่ะค่ะ" สองเสียงประสานกันอย่างพร้อมเพรียง
      "เรียกหัวหน้าเผ่านาร์ซิสซาร์มาซิ" เมื่อเจ้าชายทั้งสองเดินออกจากห้องไปแล้ว ฝ่าบาทก็ตรัสสั่งแก่นายทหารต้นห้อง
      เขาไม่ใช่ตาแก่ที่จะสู้รบอย่างใสสะอาดแบบที่ลูกชายของเขาชอบทำ และในเมื่อมันยืดเยื้อมาถึงขนาดนี้แล้ว ความอดทนของเขาก็จะไม่มีให้กับพวกมันอีกต่อไป กองทัพเครเวอร์จะต้องพ่ายแพ้อย่างหมดรูป เพื่อเป็นการเตือนว่าอย่าได้มากระตุกหนวดราชสีห์อย่างเฟรลอสอีก!!!
+  +  +  +  +
      ปังๆๆๆ
      เสียงเคาะประตูดังขึ้นถี่รัว บ่งบอกถึงความเร่งรีบของคนที่อยู่ด้านนอกเป็นอย่างดี เซวอสที่เพิ่งจะะล้มตัวนอนไปได้ไม่ถึงสามชั่วโมงดีจึงออกอาการหงุดหงิดงัวเงีย ลุกขึ้นไปเปิดประตูพร้อมกับสาปแช่งไอคนปลุกไม่ดูเวลาอยู่ในใจ
      ทว่าคนปลุกกลับเป็นเพื่อนรักที่หน้าตาเคร่งเครียดอย่างที่สุด ความง่วงนอนจึงค่อยๆสร่างซาลงไปตามลำดับ แล้วเปลี่ยนมาเป็นคำถามแทน
      "เกิดอะไรขึ้น?"
      "แต่งตัวเดี๋ยวนี้เลย เราต้องรีบไปสนามรบ แล้วฉันจะอธิบายเรื่องราวระหว่างทาง" คำสั่งเฉียบขาดทำให้เขาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ร่างสูงรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าภายในเวลาเพียง 5 นาที จากนั้นทั้งสองก็ใช้ม้าเร็วควบตะบึงสู่สนามรบ เพราะนักเวทฝีมือดีถูกเกณฑ์ไปอยู่ที่นั่นหมด จึงไม่สามารถใช้เวทเปิดปิดมิติได้
      "สรุปแล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?" เซวอสเอ่ยปากถามขณะควบม้าด้วยความเร็วสูงไปตามทางรกชัฏ
      "ทหารของเราจับได้ว่าเครเวอร์กำลังทำพิธีใช้มนตร์ดำโบราณที่มีพลังทำลายล้างสูง มันคงคิดจะทำลายเฟรลอสให้สิ้นซาก" การพูดในขณะที่ม้าพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วขนาดนี้ ทำให้ซีลูเรียสต้องตะโกนแข่งกับเสียง "ตอนนี้แม่มด นักเวท ผู้ใช้มนตราทั่วทั้งเฟรลอสจึงถูกเกณฑ์ไปสร้างเกราะป้องกัน ไม่ให้มันทำลายล้างไปทั้งเมือง"
      "เรื่องราวมันชักจะบ้ากันเกินไปแล้ว!!!"
      "ใช่ บ้าเกินไปจริงๆ"
      บทสนทนาหยุดอยู่เพียงเท่านั้น รอบกายจึงมีเพียงเสียงฝีม้าเท้าที่ห้อตะบึงอย่างรวดเร็วไปตลอดทาง หวังเพียงว่าเขาจะไปถึง และทันยุติสงครามไร้สาระนี้เสียที

      กว่าจะไปถึงจุดหมายก็กินเวลาไปกว่าหนึ่งชั่วยาม เสียงอาวุธที่เคยกระทบกันเซ็งแซ่เงียบกริบราวกับอยู่ในสุสานร้าง ภาพตรงหน้าคือซากศพทหารที่กองพะเนินสูงไปทั่วพื้นที่ที่กว้างใหญ่ไพศาลนี้ กองทัพเครเวอร์หายไปแล้ว และกองทัพเฟรลอสก็แทบไม่เหลือแล้วเช่นกัน
      แม่ทัพใหญ่แห่งเฟรลอสตายอย่างมีเกียรติในสนามรบ เหลือเพียงรองแม่ทัพที่มีบาดแผลกระจายอยู่ทั่วทั้งตัวซึ่งนอนหมดสติอยู่กลางสนามรบ และทหารอีกเพียงหยิบมือเดียวที่บาดเจ็บสาหัสไม่แพ้กัน
      ซีลูเรียสรีบลงจากหลังม้าและไปดูอาการของรองแม่ทัพทันทีที่มาถึงจุดรักษาของกองทัพ โดยลืมทิ้งเขาไว้ด้านนอกท่ามกลางความวุ่นวายของหน่วยพยาบาลทั้งชายและหญิง
      "แล้วเรนอสล่ะ?" เซวอสเอ่ยถามบุรุษพยาบาลคนที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างร้อนใจ เมื่อในจำนวนทหารที่เหลืออยู่ เขาไม่เห็นคนเป็นเพื่อนเลยแม้แต่เงา แล้วเวลาอย่างนี้ จะไปถามเรื่องราวจากใครก็คงไม่มีใครว่างตอบ
      "ท่านเรนอสกับทหารนินจาแดงอยู่ด้านโน้นขอรับ" คนถูกถามเอ่ยตอบอย่างรวดเร็ว ส่วนมือทั้งสองก็สาละวนกับการทำแผลให้ทหารตรงหน้า
      "ขอบใจ" พูดขอบคุรเสร็จ เขาก็ทำท่าจะเดินจากไป แต่กลับชะงักเท้า และหันมาถามบุรุษพยาบาลคนเดิมอีก "มีอะไรให้ช่วยไหม?" ชายหนุ่มที่สาละวนกับการทำแผลนิ่งไปนิด ก่อนจะเผยสีหน้าลำบากใจ
      "ข้ามิบังอาจเรียกใช้ผู้สูงศักดิ์ได้หรอกขอรับ" คำตอบคล้ายประชดประชัน ทำให้เขาผงะไปนิด หมอนี่คงคิดว่าเขาเป็นพวกขุนนางเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ที่ได้แต่ชี้มือสั่งงานอยู่แต่ในวังล่ะมั้ง...แต่ความจริงมันก็ไม่ผิดกันเสียเท่าไหร่หรอก
      "ข้าอยากช่วยจริงๆ มีคนเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคน งานก็เบาลงหนึ่งอย่าง จริงไหม" ชายหนุ่มฉีกยิ้มเป็นมิตร ทำให้อีกฝ่ายเกิดความลังเลขึ้น
      "ถ้าอย่างนั้นช่วยเอาเปลทางโน้นมาให้ข้าทีได้ไหมขอรับ ข้าจะหามเขาไปให้ท่านหมอดูแลต่อ"
      "ได้เลย" เซวอสเดินไปหยิบเปลมาอย่างว่าง่าย เรื่องไปคุยกับทางเครเวอร์เอาไว้ทีหลังก็แล้วกัน ตอนนี้ช่วยทำอะไรได้ก็ช่วยกันไปก่อน รอให้สถานการณ์วุ่นวายนี่ทุเลาลงค่อยไปถามจากซีลูเรียสอีกทีหนึ่ง แล้วค่อยกลับเครเวอร์ไปสะสางเรื่องต่างๆพวกนี้ก็คงไม่สายเกินไป
      ไม่นานนัก หน่วยพยาบาลที่ทำงานกันตัวเป็นเกลียว ก็มีสมาชิกเป็นชายหนุ่มหน้ามนเข้ามาช่วยทำงานอย่างขยันขันแข็ง ทำให้ผู้บาดเจ็บได้รับการรักษาได้รวดเร็วขึ้นและทันท่วงที
      จากนั้นสถานการณ์วุ่นวายก็ค่อยๆบรรเทาลงจนกระทั่งผู้บาดเจ็บคนสุดท้ายได้รับการรักษาเป็นที่เรียบร้อย เซวอสจึงได้ฤกษ์เดินไปหาเรนอสซึ่งนอนเจ็บอยู่บนพื้นที่มีเพียงผ้าบางๆรองไว้ แขนข้างขวาของเขาถูกเข้าเฝือกช่วงคราว ส่วนผมที่ยาวสวยก็ถูกตัดจนสั้นกุดแค่บ่า
      "นายออกมาจากคุกแล้ว?" บุรุษผมแดงที่นอนแบ็บอยู่บนพื้นเอ่ยถามเมื่อเขาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ
      "ออกมาได้ไม่กี่ชั่วโมงนี้เอง...เจ้ามันก็ใจดำ รู้ว่าข้าถูกจับโยนเข้าคุก แทนที่เจอซีลูเรียสแล้วจะบอกมันทันที เสือกให้รอเป็นเดือนกว่าจะปริปากพูด" คนใจดำหัวเราะเบาๆ
      "เรื่องตรงหน้ามันสำคัญกว่า เพราะยังไงข้าก็มั่นใจว่าเจ้าจะไม่ถูกฆ่าตาย"
      "ใช่ซี่ ข้ามันแมวเก้าชีวิต ถึงจะอยากตายแค่ไหนก็คงไม่ได้ตายง่ายๆหรอก" เซวอสประชด "ว่าแต่เรื่องราวมันเป็นไงมาไง ทำไมเครเวอร์ถึงถอยทัพไปล่ะ?" คำถามนั้นทำให้เรนอสนิ่งเงียบไปสักพัก
      "เจ้าต้องสัญญาว่าจะไม่โวยวายหรือทำอะไรที่มันไร้สมอง" เจ้าชายแห่งเครเวอร์ขมวดคิ้ว ชักรู้สึกว่าเรื่องราวมันไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว
      "ทำไมข้าต้องสัญญาอะไรอย่างนั้นด้วย?"
      "สัญญามาก่อน แล้วข้าจะบอก" แววตาจริงจังของคนที่ค่อยๆยันกายขึ้นนั่ง ทำให้ลางสังหรณ์ของเขาร้องเตือนว่ามันจะต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่ๆ
      "ก็ได้ ข้าสัญญา" ชายหนุ่มกลั้นใจเตรียมรับคำตอบที่เหนือความคาดหมายเอาไว้ ส่วนเรนอสเอาก็หลุบตาลงราวกับกำลังรวบรวมความกล้าบางอย่างอยู่
      นินจาหนุ่มลืมตาขึ้นมาเขาด้วยความเศร้าสลด "กษัตริย์แห่งเครเวอร์สิ้นพระชนม์กลางสนามรบ เครเวอร์จึงสั่งถอยทัพกลับ" คำตอบนั้นกระแทกเข้ากลางใจจนเขาหน้าซีดสลด นี่เสด็จพ่อของเขาสิ้นแล้วเหรอ?...มันเป็นเรื่องโกหกใช่ไหม?...
      น้ำใสๆไหลลงมาจากหางตาทั้งที่ใบหน้าของเขายังคงนิ่งค้างอย่างตกใจ คำว่าพ่อของเขาตายแล้ววนเวียนอยู่ในสมองราวกับว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝัน เป็นเพียงฝันร้ายที่ตื่นมาแล้วมันก็จะหายไป พ่อเขายังมีชีวิต...พ่อเขายังมีชีวิตอยู่ที่เมืองเครเวอร์ฝั่งโน้น และอ้าแขนรอรับการกลับไปของเขาด้วยความรักอย่างที่เป็นมาสิ
      "เซวอส!!!" เรนอสตะโกนเรียกเสียงดังอย่างตกใจ เมื่อจู่ๆชายหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไปยังม้าที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด ก่อนจะควบตะบึงหายไปยังเส้นทางที่จะไปสู่เครเวอร์อย่างรวดเร็วราวกับตอนนี้ร่างกายของเขาเป็นนายเหนือจิตใจ
      ขณะเดียวกันนั้นเอง ซีลูเรียสก็เพิ่งเดินออกจากกระโจมรักษา เมื่อได้เจรจาซักถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นจากรองแม่ทัพ เรนอสที่ยังคงขยับกายไปไหนไม่สะดวกจึงตะโกนลั่น "ซีลูเรียส ไอบ้านั่นมันรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น มันกำลังจะกลับไปยังเครเวอร์ รีบไปห้ามมันเร็ว!!"
      "บ้าเอ้ย!!!!" ทันทีที่ได้ยิน เจ้าชายแห่งเฟรลอสก็ดีดตัวขึ้นม้าแล้วควบทะยานตามไปอย่างรวดเร็ว เขารู้จักนิสัยบ้าๆของไอเพื่อนคนนี้ดี มันคงจะกลับไปพิสูจน์ความจริงว่าพ่อมันยังอยู่หรือตายไปแล้ว นิสัยหุนหันพลันแล่นแบบนี้ ให้มีเขาสักสิบคนก็คงรับมือไม่ไหว!!!

      การควบม้าผ่านป่าที่มีต้นไม้รกชัฏในตอนกลางคืนไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ยิ่งสายตาต้องคอยกราดมองหาร่างสูงของไอคนใจร้อนนั่นอีก เขาจึงอดไม่ได้ที่จะสบถด่ามันยาวเหยียดไปตลอดทาง
      ซีลูเรียสผิวปากเรียกม้าด้วยสัญญาณที่ถูกฝึกมา ถ้าหากม้าตัวนั้นยังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากนี่ มันจะต้องวิ่งกลับมาโดยไม่สนใจคนหนักๆบนหลังของมันอ