.+*[$nowdroP]*+. View my profile

          ไม่รู้ว่าใครเคยทำฮาวทูเรื่องนี้หรือยัง แต่เอาเถอะ พอดีช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเองหมกมุ่นอยู่กับการแต่งนิยาย พอๆกับการอ่านหนังสือเรียนและทำการบ้าน เลยรู้สึกว่าอยากจะแบ่งปันวิธีการแต่งให้กับหลายๆคนซึ่งอาจจะอยากเขียน แต่ไม่ได้เริ่มต้นสักที

          บอกไว้ก่อนนะงิ ว่า "ไม่รับวิจารณ์นิยายใดๆทั้งสิ้น" ข้าน้อยไม่เมพพอจะไปวิจารณ์อะไรให้ใคร สิ่งที่จะบอกต่อไปนี้ก็เป็นเพียงวิธีการที่้สะสมมาจากประสบการณ์ต่างๆตั้งแต่เริ่มต้นเขียนนิยายเท่านั้นเอง อ้อ อาจจะอิงไปแนวแฟนตาซีนะคะ เพราะเราก็ถนัดแต่แนวนี้ซะด้วย ^^"

1. สร้างพล็อต
           เรื่องนี้ใครๆก็รู้ดีว่าการแต่งนิยายนั้นต้องมีพล็อตที่แน่นและสามารถดำเนินเรื่องไปได้ตั้งแต่ต้นจนจบ หลายๆคนเข้ามาถามว่า พล็อตต้องวางละเอียดแค่ไหน บอกได้เพียง วางตามความคิดของตัวเองเลยค่ะ บางคนอาจจะวางไว้กว้างมาก ตอนหนึ่งๆอาจจะมีพล็อตแค่ประโยคเดียว แม้ว่าตอนนั้นๆจะมีขนาดยาวกว่าสิบหน้าก็ตาม บางคนถนัดการวางพล็อตละเอียดยิบเพราะต้องการความเนียบ ก็แนะนำให้จดๆไว้ในสมุดหน่อยก็ดี ทั้งนี้การวางพล็อตเองก็มีทั้งวางพล็อตไปทีละตอนๆแต่มีกำหนดจุดหมายปลายทางไว้ หรืออาจจะวางโครมไปทีเดียวเลยก็ได้ แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน ทว่าจุดรวมของการวางพล็อตที่เหมือนกันนั้นก็คือ พล็อตจะต้องสามารถส่งต่อไปยังตอนต่อไปได้อย่างราบรื่นและสมเหตุสมผล และหากมีการวางปมปริศนาอะไร ถ้าเป็นคนความจำสั้นอย่างเช่นข้าน้อย - -" แนะนำให้จดปมไว้เป็นข้อๆในสมุดเล็กๆ 1 เล่ม เอาขึ้นมาอ่านทวนทุกครั้งที่จะเริ่มแต่งต่อ

2. กำหนดตัวละครและสถานที่
           เมื่อเราวางพล็อตว่าอะไรเสร็จก็ถึงขั้นตอนการกำหนดตัวละครต่างๆให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาโลดแล่นในนิยายของเรา ทั้งนี้ตัวละครและฉากสถานที่เป็นสิ่งที่ควรจะสอดคล้องกับช่วงเวลาความเป็นจริงในเรื่อง อย่างเช่น หากจะแต่งในสมัยยุคกลาง บรรยากาศและตัวละครรวมถึงเครื่องแต่งกายก็ควรจะมีกลิ่นอายของความเป็นยุคกลาง เพื่อให้ผู้อ่านได้รับอรรถรสได้ดียิ่งขึ้น แต่หากเป็นแนวแฟนตาซีแล้ว บางทีการสอดแทรกเทคโนโลยีเล็กๆน้อยๆเข้าไปในเรื่องทั้งๆที่กลิ่นอายยังเป็นแบบยุคสมัยโบราณหน่อยก็ไม่น่าจะใช่เรื่องผิด เพราะส่วนใหญ่นิยายแฟนตาซีจะเป็นการสร้างโลกใหม่ขึ้นมาอีกโลกหนึ่งโดยที่เราเป็นพระเจ้า 555+ ทั้งนี้ก็ต้องระวังคนอ่านที่ยังคงยึดติดกับค่านิยมเก่าๆด้วยว่า "เฮ้ย อยู่ยุคกลาง ไหงหลอดไฟนีออนมันโผล่มาได้วะ" 555+

3. แน่ใจว่าข้อมูลที่หามาแน่นพอ
           ข้อมูลต่างๆที่ใช้ประกอบแต่ละเรื่องไม่เหมือนกัน หากเป็นนิยายรักอาจจะมีตำนานหรือความเชื่อ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ข่าวสารปัจจุบันมาเกี่ยวข้อง ส่วนแฟนตาซีคงต้องหากันหนักหน่อย เพราะจะมีองค์ประกอบหลายอย่างที่เราไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น อาวุธของตัวละคร ชีวิตประจำวันของคนในสมัยก่อน ค่านิยมต่างๆ หรือตำนานประวัติศาสตร์ที่จะมาใช้อ้างอิงในเรื่อง เราจะต้องเตรียมพร้อมในจุดนี้ให้ดี

4. มีการฝึกภาษาในการอ่านและการเขียนบ่อยๆ
          ในจุดนี้คงไม่บังคับให้ไปเรียนภาษาไทยกัน (ฮา) แต่การอ่านเยอะๆจะเป็นการสะสมคำศัพท์ในหัว ทำให้เวลาแต่งนิยายแต่งได้โดยที่ภาษาไหลลื่นไม่ติดขัด ทั้งนี้การอ่านอย่างเดียวก็คงไม่ช่วยให้เกิดอะไร เราจึงควรเขียนควบคู่ไปกับการอ่านและจดจำสำนวนต่างๆไปด้วย ในช่วงแรกอาจจะยังแต่งได้ไม่ดีนัก แต่หากเราเขียนไป อ่านทบทวนไป หาจุดบกพร่องที่อ่านแล้วไม่ลื่นไหล มันจะเกิดการพัฒนาที่เร็วกว่าการให้คนอื่นมาช่วยบอกจุดบกพร่องของเราเอง ถึงแม้บางคนจะเห็นจุดอ่อนในสิ่งที่เรามองไม่เห็น แต่การที่เราพบเองและเรียนรู้เองมันก็เป็นการสะสมประสบการณ์เหมือนทำโจทย์เลขบ่อยๆนั่นแหละนะ ^^

5. สร้างแรงบันดาลใจและกำหนดขอบเขตให้กับตัวเอง
           ข้อนี้เป็นส่วนที่เราเริ่มเขียนนิยายไปแล้ว คนเรามีความสามารถ สมาธิ และจินตนาการไม่เหมือนกัน บางคนเขียนออกมาได้เป็นฉากๆ รวดเร็วเสียยิ่งกว่าคุยMSNกัน แต่บางคนก็ต้องรอเวลา ดูอารมณ์ ใจศิลป์เสียยิ่งกว่าศิลปิน 555+ ดังนั้นเราจึงควรหาบางสิ่งบางอย่างมาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดวินัยในตัวเอง อย่างเช่น กำหนดเวลาว่า เอาล่ะ สัปดาห์นี้ฉันจะเขียนให้ได้สัก 3 หน้าล่ะนะ แต่ถ้าถึงเวลา ทำไม่ได้จริงๆก็อย่าไปฝืน อย่าลืมว่านิยายเป็นเพียงงานอดิเรก จริงจังได้อต่อย่ามากจนเกินไป ชีวิตเรายังมีอะไรอีกเยอะแยะ เราพยายามในแบบของเรา แต่งนิยายด้วยความสนุกสนาน แต่พยายามสร้างวินัยตัวเองให้ได้เท่านั้นเอง ถือเป็นการฝึกการใช้ชีวิตในสังคมอย่างหนึ่งเลยนะ ^^
          แต่หากแต่งไม่ได้มาเดือนกว่าแล้ว ไม่ใช่ไม่มีเวลา แต่มันไม่มีอารมณ์ นั่นล่ะปัญหาหนักของนักอยากเขียนทุกคนไม่เว้นแม้แต่ตัวข้าน้อยเอง 555+ ก็อยากให้สร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง อย่างเช่นบางคนฟังเพลงคลาสสิกแล้วรู้สึกไฟลุกพรึบพรับ ฟังทีไรอยากหยิบปากกาขึ้นมาเขียนเหลือเกิน ก็จงฟังเพลงคลาสสิกแต่พอดี ไม่ใช่ฟังทุกครั้งที่จะแต่ง มิฉะนั้นนานๆไปมันจะไม่ช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจใดๆได้อีก ร้อนต้องไปหากิจกรรมอย่างอื่นทำ เป็นต้นอย่างข้าพเจ้านี่ 555+

6. การเขียนบล็อคช่วยคุณได้
           555+ หลายคนงง เฮ้ย ข้อนี้มันมาได้ไงเนี่ยแต่มันก็มาแล้วล่ะนะคะ (ฮา) การเขียนบล็อคช่วยพัฒนาภาษา การเขียน และเพิ่มจินตนาการให้กับทุกๆคนได้นะคะ การเขียนบล็อคก็เหมือนการเล่าเรื่องที่ต้องคิดภาพตามไปด้วยเสมอ ฝึกทั้งภาษาฝึกทั้งจินตนาการ แถมไม่ต้องไปหาข้อมูลอะไรที่ไหนให้ปวดหัว เห็นไหมว่ามันช่วยได้เยอะขนาดไหน อิอิอิ

 

          เอาล่ะ  How to จริงจังครั้งแรกในชีวิตเสร็จแล้ว >w< ใครมีข้อเสนอ ติติงอะไร คอมเม้นต์มาได้เลยนะคะ ยินดีๆ ^^ ใครมีคำถามอะไรก็ทิ้งคำถามไว้ได้ที่ Shoutbox ด้านข้าง จะมาตอบให้ค่ะ ^^ แล้วสุดท้ายนี้ช่วยกันรดน้ำต้นไม้กันหน่อยนะคะ (ฮา)

Comment

Comment:

Tweet

Very nice site!

#38 By (159.213.83.61|159.213.83.61) on 2014-05-25 11:24

Very nice site! <a href="http://opxyiea2.com/yoyaoyo/1.html">cheap goods</a>

#37 By (190.220.70.77|95.211.218.103, 190.220.70.77) on 2014-05-22 21:06

Very nice site! cheap goods http://oixypea2.com/qxqsrqq/4.html

#36 By (177.129.88.39|95.211.218.103, 177.129.88.39) on 2014-05-21 14:48

Very nice site! <a href="http://oixypea2.com/qxqsrqq/1.html">cheap goods</a>

#35 By (149.210.143.66|149.210.143.66) on 2014-05-21 14:43

Farmville coins are used to make experience points and to purchae things for tthe farm. fgddabedgegeeegd

#34 By (190.144.40.74|148.251.91.38, 190.144.40.74) on 2014-05-18 09:33

embarrassed

#33 By (223.205.168.237|223.205.168.237) on 2014-05-14 20:31

ขี้เกียจsad smile

#32 By sukanya (110.77.239.23|110.77.239.23) on 2014-01-23 11:52

เอ่อ !! ขอพูดเลยว่า อารมณ์จุลินทรีย์ของข้าน้อยโดนไวรัสกัดเซาะความคิด sad smile พอเเต่งไปรู้สึกว่าเริ่มไม่ใช่เเละ หาเเนวที่ตัวเองถนัดนะเจอเเล้วฮะ เเต่มันยังเขียนไม่ออกซ๊ากก!!กะที เเอลโคตรงงกับตัวเองembarrassed

#31 By LL on 2013-08-01 21:53

ขอบคุณมากค่า big smile

#30 By Mook fishyfishy on 2013-03-11 18:18

ลองแต่งอยู่ครับ แต่ไม่สำเร็จซะที

#29 By Gawwan on 2012-01-21 23:03

ขอบคุณมากนะคะ หลายๆ ข้อเราเห็นด้วยเลย แต่บางข้อก็ยังไม่เคยทำ รู้สึกว่าการได้อยู่กับตัวเอง คัดกรอกข้อผิดพลาดด้วยตัวเอง น่าจะเห็นผลไวกว่าให้คนอื่นติอย่างที่ว่าจริงๆ เนาะ

ช่วยได้เยอะเลยค่ะ แต้งมากนะ

#28 By ploy (223.205.164.14) on 2011-03-30 10:15

ข้าน้อย ขอบสารภาพผิดขอรับว่า

ไม่เคยเลยสักกะข้อ

#27 By สิมานิ (118.172.155.119) on 2011-03-25 16:32

แต่ตอนนี้เป็นนักอ่านไปก่อนค่า แฮ่ๆsad smile surprised smile

#26 By วิปครีม (202.143.149.243) on 2011-01-11 15:15

จะพยายามเป็นนักเขียนให้ได้ค่ะbig smile open-mounthed smile

#25 By วิปครีม (202.143.149.243) on 2011-01-11 15:13

ขอบคุณค่า ^^

#24 By ไอ้ สองจุด on 2010-10-29 15:23

สวัสดีครับ
ขอบใจมากๆนะ
^ U ^ big smile big smile big smile big smile big smile big smile

#23 By ซันเดย์ (119.42.82.3) on 2010-10-26 14:32

ประชาสัมพันธ์สำหรับคน สร้างนิยาย http://plot4share.exteen.com/ เป็นแนวทางในการเขียนพล็อตนิยายเด็ดๆ
เป็นก้าวแรกสู่สังเวียน เป็นบันไดขั้นสุดท้ายที่จะออกจากกรอบ สิ่งดีๆที่อยากแนะนำ
http://plot4share.exteen.com/

#22 By Star_M on 2010-10-09 13:07

แต่งมาเป็นเดือน เพิ่งจะได้แค่ 12 หน้าเองค่ะ
ไม่มีอารมณ์แต่งลุย แง่ๆๆๆ

#21 By bellmania (114.128.221.99) on 2010-10-05 16:36

ขอบคุณนะคะ

#20 By โบ (124.121.126.146) on 2010-07-16 14:15

เราเคยเเต่งเรื่องนึงชื่อ รักวุ่นวายของนายเเบดบอยถ้าเเต่งจบเมื่อไร จะเอามาให้อ่านละกัน

#19 By เลิฟเบสเซย์ (125.26.182.206) on 2010-07-12 18:10

นิยายของเขายังไม่ถ฿งไหนเลย

#18 By ฟ้า (118.172.77.204) on 2010-05-29 11:33

ลองดูแล้วแต่ว่าแต่งกลับไปกลับมา ยังงงตัวเองเลย

#17 By jfl (115.87.126.51) on 2010-05-17 15:22

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั้นค่ะ
อิอิ

#16 By เนออน (110.49.54.169) on 2010-03-22 21:16

เราก็อยากแต่งเหมือนกันนะ แต่แบบ เป็นคนอารมณ์ขึ้นลงๆเลยแต่งไม่ไปไหนซะที ฮ่าๆๆ

ขอบคุณมากสำหรับข้อแนะนำ มันก็มีบางข้อนะที่เราแบบ เอ้อ มีวิธีนี้ด้วยแหละ แต่แบบ ไม่รู้อะไรทำให้เราไม่สามารถทำได้ 555555

#15 By หมูน้อย (124.122.47.202) on 2010-03-15 20:20

เราเพิ่งรู้นะเนี่ย เราก็เคยแต่งนิยาย แต่แต่งไม่เป็นหลักเป็นแหล่งซักที แต่งเท่าไหร่มันก็ไม่โดน คือ พอเราแต่งแล้วเราก็แต่งไปเรื่อยๆอ่ะ เราก็เลยคิดว่าเรายังไม่มีประสบการณ์พอ เลยต้องไปหานิยายอ่าน อ่านเท่าไหร่มันก็ยังแต่งไม่ได้ ก็เลยมาหาจากเน็ตเป็นวิธีสุดท้าย ได้ผลดีมากกว่าที่เคยไปยืมนิยายเพื่อเพิ่มประสบการณ์จากเพื่อนอีก ขอบคุณมากนะคะ

#14 By ต้องการคำแนะนำ (125.25.248.187) on 2009-08-22 19:12

แต่งยังไงให้สนุกฮะ ?_? !!

#13 By เด็กแว่น (203.113.114.130) on 2009-08-08 07:43

เหมือนจะทำได้แต่อีแรงบันดาลใจได้มักมาผิดเวลาทุกที

#12 By ปลายหนาว (58.9.44.69) on 2009-08-06 00:06

ขอบคุณมากมายจ้า

#11 By คนผ่านมา (110.49.153.227) on 2009-08-04 13:53

หงิงๆ = =;ข้อมูลมันแน่นไม่พอ
และเชื้อราตัวขี้เกียจกัดเซาะแบมเรียบร้อย -o- คิๆ
ปล.เฮดแอบสวยนะเจ้าคะ

#10 By Pm.Amethyst on 2009-08-01 16:42

ขอบคุณมากค่ะHot!

#9 By domifemty on 2009-07-09 19:23

5555+
ปลาวาฬทำได้แต่ 1 กับ 5
ส่วนที่เหลือทำได้ครึ่งๆกลางๆ
ขอบคุณสำหรับฮาวทูดีๆ
เอาดราก้อนบอลไปแทนน้ำละกันงิ
มันไม่ขึ้น widget T-T
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#8 By -:+Hell whalE+:- on 2009-06-08 22:04

ถูกกกก เขียนบล็อคช่วยคุณได้ กร๊ากกกกกก ช่วยเคลียร์สมอง ช่วยในยามอู้งาน 555+

#7 By neyneena on 2009-06-08 22:04

พี่อยากขอสารรูป เอ๊ย! สารภาพ ข้อ 3 พี่ไม่เคยทำว่ะ = =b

#6 By maou on 2009-06-08 21:54

มีนิยายที่เคยแต่งป่าวค่ะ

จะอุดหนุน

#5 By Hyumin on 2009-06-08 21:32

ขอบคุณมากครับ
เป็นประโยชน์มากเลย
ผมอยากจะเขียนสักเรื่องเหมือนกันครับ

#4 By Albert D. Morison on 2009-06-08 21:32

ปัญหาคือ ความขี้เกียจค่าsad smile

*รดน้ำ*;)

#3 By Damare! on 2009-06-08 21:30

**เป็นนักอ่านต่อไป

#2 By Kaowpunz on 2009-06-08 21:30

ไม่เคยทำข้อ5ได้เลยค่ะsad smile

#1 By evangelinezer0 on 2009-06-08 21:29