Chapter8 : (ยังไม่คิดชื่อตอน) [18/04/55]
posted on 18 Apr 2012 02:36 by seldom in Selafia5*นิยาย ที่นำมาโพสต์ไว้ในบล็อคเป็นการสำรองข้อมูลก่อนลงเว็บ Dek-d.com ดังนั้นจะมีการอัพที่ไวกว่าแต่จะไม่มีการแจ้งเปอร์เซ็นต์ที่แน่นอนนะจ๊ะ*
Chapter8 :
“พิธีใหญ่โตขนาดนี้ ข้ารู้สึกเสียศักดิ์ศรีที่ไม่ถูกรับเชิญนิดหน่อยจริงๆนั่นล่ะท่านบาทหลวง” เสียงคุ้นหูที่ไม่ได้ยินมากว่าขวบปีทำให้ชายชราสั่นสะท้าน ร่างสูงของเจ้าชายแห่งเครเวอร์เดินอย่างมั่นคงไปยังบัลลังก์ทองท่ามกลางทหารนับพันที่แหวกทางให้แก่พระองค์
“ฝ่า...บาท...” เสียงสั่นเครือของท่านนักบวชพร้อมกับมงกุฎที่ถูกวางกลับไปยังแท่นสูงทำให้พิธีราชาภิเษกเหมือนจะถูกยุติลงเช่นกัน “ข้าพระองค์ดีใจเหลือเกินที่ได้พบพระองค์อีก” ร่างชราก้าวลงจากลานพิธีแล้วแสดงความเคารพต่อเชื้อพระวงศ์ที่เขาภักดีเช่นเดียวกับผู้ร่วมพิธีทุกคน
“ข้าก็ดีใจเช่นกันที่ได้พบท่านอีกครั้ง” บรรยากาศที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดีทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติของคนที่ถูกละเลย รีมูอัสกรอกสายตาอย่างเจ้าเล่ห์ระคนเจ็บแค้น ก่อนที่มือนั้นจะเอื้อมไปหยิบมงกุฎลงมา
ชิ้ง!!
“หากท่านแตะต้องมงกุฎแม้เพียงนิดเดียว ก็บอกลามือทั้งสองของท่านไปได้เลย” ดาบที่ถูกชักออกมาจนเกือบฟันลงไปยังมือทั้งสองนั้นคือดาบของโครเนส แม่ทัพที่รีมูอัสไม่คิดว่าจะมาทรยศหักหลังได้ในเวลานี้
“เจ้า...” พ่อมดดำพูดลอดไรฟันอย่างเจ็บแค้น และยอมลดมือทั้งสองลงแต่โดยดี
“ในเมื่อข้ากลับมาแล้ว คงไม่ต้องลำบากท่านมารับตำแหน่งแทนแล้วล่ะ ท่านรีมูอัส” เสียงเข้มจากเจ้าชายผู้มีศักดิ์และสิทธิ์ในบัลลังก์สร้างความกดดันให้แก่พ่อมดดำยิ่งนัก ดวงตากลิ้งกลอกนั้นมองไปทั่วทั้งห้องโถงราวกับหมาจนตรอก
หากเขาปล่อยมือตอนนี้ยังมีสิทธิ์ที่จะรอดชีวิตเพื่อมาทวงบัลลังก์คืน...
ความคิดมากเล่ห์อย่างไม่มีที่สิ้นสุดทำให้ชายวัยกลางคนเลือกที่จะถอยหลังและก้มหัวทำความเคารพคล้ายแสดงความจงรักภักดี
“มิได้ฝ่าบาท เพียงพระองค์เสด็จกลับสู่เครเวอร์ ใจของกระหม่อมก็มีแต่ความยินดี” คำพูดประจบประแจงเรียกได้เพียงเสียงหัวเราะหึในลำคอของเจ้าชาย
“ไหนๆ ท่านก็จัดพิธีราชาภิเษกขึ้นมาแล้ว หากข้าต้องการเปลี่ยนคนรับตำแหน่งจะมีปัญหาอะไรหรือไม่?” เซวอสหันไปเจรจากับท่านนักบวชสุงสุดให้ได้ยินโดยทั่วกัน
“นั่นคือศักดิ์และสิทธิ์ของพระองค์อยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ” ผู้ถูกถามก้มหน้ารับอย่างยินดี
“ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มพิธีต่อได้เลย” เซวอสทำท่าจะก้าวขึ้นบัลลังก์ทอง ทว่าก่อนจะทิ้งตัวลงนั่ง กลับหันมาหารีมูอัสอีกครั้ง “ข้าว่าชุดนี้ไม่ค่อยเหมาะสักเท่าไหร่ ท่านพอจะถอดชุดคลุมนั้นมาให้ข้าใส่ได้หรือไม่?”
รอยยิ้มแสยะพร้อมนิ้วที่ชี้ไปยังอาภรณ์สูงศักดิ์บนตัวรีมูอัส ทำให้เขาต้องนับหนึ่งถึงสิบในใจ จึงค่อยๆ ถอดผ้าคลุมออก ความรู้สึกในขณะนั้นมันเหมือนกับเขากำลังปลดยศศักดิ์และอำนาจทั้งหลายทั้งปวงของตัวเองให้แก่เด็กคราวลูกตรงหน้า
เซวอสรับผ้าคลุมนั้นมาสวมลงบนร่างกายก่อนที่พิธีจะดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น จนเมื่อมงกุฎถูกสวมลงบนศีรษะและส่องแสงเปล่งประกายเจิดจ้าราวกับเป็นการยอมรับเจ้าของที่คู่ควรกับตำแหน่งอันสูงศักดิ์ ความเปรมปรีดิ์ยินดีก็แผ่กระจายไปทั่วอาณาจักรเฉกเช่นแสงสีทองซึ่งสาดส่องในยามเช้า
กษัตริย์ที่แท้จริงได้กลับคืนสู่เครเวอร์แล้ว...
“ท่านหญิงเจ้าคะ อย่าวิ่งอย่างนั้นสิเจ้าคะ มันไม่งามนะเจ้าคะ” เสียงตะโกนปนหอบจากหญิงพี่เลี้ยงทางด้านหลัง มิทำให้ร่างบางด้านหน้าหยุดวิ่งได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว
บัดนี้ร่างเล็กคิดแต่เพียงใบหน้าอันแสนคิดถึงดวงนั้นอยู่ตลอดเวลา ความรู้สึกคะนึงหาและหวาดกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีหายไปไหนยิ่งเร่งให้เธอต้องสาวเท้าให้เร็วขึ้น เร็วขึ้น เร็วขึ้น จนกระทั่งมาหยุดยืนนิ่งอยู่ที่หน้าห้องห้องหนึ่ง
ก็อกๆๆ
“เชิญ” เสียงที่ตอบรับแทบจะในทันทีที่เธอเคาะประตูห้อง ทำให้หญิงสาวลังเลที่จะเปิดมันเข้าไป เธอจำเสียงที่ทั้งคุ้นหูและคุ้นใจนั้นได้ แต่ถ้าเธอเปิดเข้าไปแล้วไม่ใช่เขาขึ้นมาล่ะ...
แคโรไลยืนนิ่ง ตกอยู่ในภวังค์ความคิดนานจนหญิงพี่เลี้ยงวิ่งมาถึง
“ไม่เข้าไปหรือเจ้าคะท่านหญิง”
แอ๊ด...
คำถามของหญิงพี่เลี้ยงซึ่งมาพร้อมกับประตูที่เปิดออก ทำให้ดวงตาสีทองของหญิงสาวได้สบมองกับดวงตาสีเพลิงอันแสนคิดถึง มือบางยกขึ้นลูบใบหน้าคมเข้มนั้นอย่างเผลอไผล น้ำตาสองสายไหลจากหางตาโดยไม่รู้ตัว
“ท่าน...ท่านกลับมาแล้ว”
“ใช่...ข้ากลับมาแล้ว” หญิงสาวถูกตอบรับด้วยจุมพิตร้อนผ่าวของอีกฝ่าย ทำให้เธอร้องไห้หนักยิ่งขึ้นไปอีก ส่วนหญิงพี่เลี้ยงที่ได้เห็นภาพอันน่าประทับใจก็อดไม่ได้ที่จะมีน้ำตาคลอจนต้องยกผ้าขึ้นมาซับเบาๆ
“ข้าคิดว่าจะไม่ได้เจอกับท่านอีกแล้ว ท่านหายไปไหนมา” อ้อมกอดที่กระชับแน่นมอบความอบอุ่นใจให้กับเขายิ่งนัก
“ข้าก็ไปผจญภัยอย่างที่เจ้าอยากไปนักหนายังไงล่ะ...อุ๊บ” หญิงสาวทุบไปที่ไหล่หนาอย่างหมั่นไส้
“ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ”
“ข้าก็ไม่ได้ล้อเล่นนี่” เซวอสเอ่ยขำ “เข้ามาข้างในก่อนสิ ข้ามีเรื่องจะปรึกษา”
เซวอสหันหลังกลับเข้าห้อง ในขณะที่แคโรไลละล้าละลังที่จะเดินเข้าไปอยู่ในห้องกับชายหนุ่มสองต่อสอง ดวงตาสีทองสวยจึงมองไปยังหญิงพี่เลี้ยงอย่างขอคำแนะนำ
“เข้าไปเถอะเจ้าค่ะ บ่าวจะยืนรอนายหญิงอยู่ข้างนอกนี้ตลอดเวลา” คำอนุญาตกลายๆจากหญิงรับใช้คนสนิททำให้เธอตัดสินใจเดินเข้าไปตามคำเชิญนั้น
ภายในห้องทรงพระอักษรนั้น เซวอสกำลังก้มลงหยิบของบางอย่างในลิ้นชักโต๊ะ ทำให้ผู้เป็นแขกไม่รู้ว่าจะวางตัวอย่างไรดี เธอจึงตัดสินใจยืนรอนิ่งๆอยู่ด้านหน้าโต๊ะแทน
ดวงตาสีทองกวาดมองไปรอบๆอย่างลืมตัว ภายในห้องนี้ช่างเหมือนกับห้องทำงานของเซวอสที่เธอคุ้นตา ทั้งตำแหน่งโต๊ะที่ต้องมีหน้าต่างบานใหญ่ๆ อยู่ด้านหลัง ชั้นหนังสือที่เรียงชิดติดฝาห้องยาวทั้งแถบ แล้วยังโซฟาหนานุ่มกับมุมน้ำชาเอาไว้ให้เจ้าของห้องได้คลายเครียดนั่นอีก...เขาไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด
“แคโรไล...”
“ค...คะ??” ชื่อที่ถูกเรียกขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยอย่างตกใจ ก่อนจะขานรับอย่างงงๆ
“ตอนนี้ข้าขึ้นเป็นกษัตริย์แล้ว” คำพูดขึ้นต้นแปลกๆพร้อมกับใบหน้าคมที่มีสีแดงระเรื่อนิดๆ ทำให้เธออดคิดไม่ได้ว่าเขาช่างน่ารักอะไรอย่างนี้
“เรื่องนั้นพระองค์ไม่ต้องบอกหม่อมฉันก็ทราบดีเพคะ” คำพูดที่เธอจงใจใช้คำราชาศัพท์กวนๆนั้น ทำให้ชายหนุ่มกระแอมไอหนึ่งครั้งเพื่อให้กำลังใจตัวเอง
“แคโรไล ถึงนี่มันอาจจะกะทันหันไปหน่อย แต่...” ชายหนุ่มหยิบสิ่งของที่ซ่อนอยู่ข้างหลังโดยตลอดออกมา ก่อนจะเปิดฝากล่องให้เห็นแหวนวงเล็กประดับด้วยเพชรน้ำงามหนึ่งวง “ข้ารักเจ้า เจ้าจะให้เกียรติเป็นราชินีของข้าได้ไหม”
คำขอแต่งงานที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ความเงียบโรยตัวในอากาศนานหลายวินาที
“จ...เจ้ากำลัง...ขอข้าแต่งงาน?” หญิงสาวทวนคำก่อนที่ชายหนุ่มจะพยักหน้ารับ
“แต่ถ้าเจ้ายังไม่อยากแต่งงาน เรา...” พูดไม่ทันจบประโยค ร่างเล็กก็พุ่งตัวเข้ากอดร่างสูงไว้แน่นเสียยิ่งกว่าตอนอยู่หน้าห้อง
“ข้าไม่มีเหตุผลใดจะปฏิเสธเจ้าอยู่แล้วไม่ใช่หรือ” น้ำเสียงอ่อนหวานเจือยินดี สร้างความสุขให้แก่ชายหนุ่มมากมายเสียจนบรรยายไม่ถูก
“ข้ารักเจ้าแคโรไล”
“ข้าก็รักท่านค่ะ”
“ฝ่า...บาท...” เสียงสั่นเครือของท่านนักบวชพร้อมกับมงกุฎที่ถูกวางกลับไปยังแท่นสูงทำให้พิธีราชาภิเษกเหมือนจะถูกยุติลงเช่นกัน “ข้าพระองค์ดีใจเหลือเกินที่ได้พบพระองค์อีก” ร่างชราก้าวลงจากลานพิธีแล้วแสดงความเคารพต่อเชื้อพระวงศ์ที่เขาภักดีเช่นเดียวกับผู้ร่วมพิธีทุกคน
“ข้าก็ดีใจเช่นกันที่ได้พบท่านอีกครั้ง” บรรยากาศที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดีทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติของคนที่ถูกละเลย รีมูอัสกรอกสายตาอย่างเจ้าเล่ห์ระคนเจ็บแค้น ก่อนที่มือนั้นจะเอื้อมไปหยิบมงกุฎลงมา
ชิ้ง!!
“หากท่านแตะต้องมงกุฎแม้เพียงนิดเดียว ก็บอกลามือทั้งสองของท่านไปได้เลย” ดาบที่ถูกชักออกมาจนเกือบฟันลงไปยังมือทั้งสองนั้นคือดาบของโครเนส แม่ทัพที่รีมูอัสไม่คิดว่าจะมาทรยศหักหลังได้ในเวลานี้
“เจ้า...” พ่อมดดำพูดลอดไรฟันอย่างเจ็บแค้น และยอมลดมือทั้งสองลงแต่โดยดี
“ในเมื่อข้ากลับมาแล้ว คงไม่ต้องลำบากท่านมารับตำแหน่งแทนแล้วล่ะ ท่านรีมูอัส” เสียงเข้มจากเจ้าชายผู้มีศักดิ์และสิทธิ์ในบัลลังก์สร้างความกดดันให้แก่พ่อมดดำยิ่งนัก ดวงตากลิ้งกลอกนั้นมองไปทั่วทั้งห้องโถงราวกับหมาจนตรอก
หากเขาปล่อยมือตอนนี้ยังมีสิทธิ์ที่จะรอดชีวิตเพื่อมาทวงบัลลังก์คืน...
ความคิดมากเล่ห์อย่างไม่มีที่สิ้นสุดทำให้ชายวัยกลางคนเลือกที่จะถอยหลังและก้มหัวทำความเคารพคล้ายแสดงความจงรักภักดี
“มิได้ฝ่าบาท เพียงพระองค์เสด็จกลับสู่เครเวอร์ ใจของกระหม่อมก็มีแต่ความยินดี” คำพูดประจบประแจงเรียกได้เพียงเสียงหัวเราะหึในลำคอของเจ้าชาย
“ไหนๆ ท่านก็จัดพิธีราชาภิเษกขึ้นมาแล้ว หากข้าต้องการเปลี่ยนคนรับตำแหน่งจะมีปัญหาอะไรหรือไม่?” เซวอสหันไปเจรจากับท่านนักบวชสุงสุดให้ได้ยินโดยทั่วกัน
“นั่นคือศักดิ์และสิทธิ์ของพระองค์อยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ” ผู้ถูกถามก้มหน้ารับอย่างยินดี
“ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มพิธีต่อได้เลย” เซวอสทำท่าจะก้าวขึ้นบัลลังก์ทอง ทว่าก่อนจะทิ้งตัวลงนั่ง กลับหันมาหารีมูอัสอีกครั้ง “ข้าว่าชุดนี้ไม่ค่อยเหมาะสักเท่าไหร่ ท่านพอจะถอดชุดคลุมนั้นมาให้ข้าใส่ได้หรือไม่?”
รอยยิ้มแสยะพร้อมนิ้วที่ชี้ไปยังอาภรณ์สูงศักดิ์บนตัวรีมูอัส ทำให้เขาต้องนับหนึ่งถึงสิบในใจ จึงค่อยๆ ถอดผ้าคลุมออก ความรู้สึกในขณะนั้นมันเหมือนกับเขากำลังปลดยศศักดิ์และอำนาจทั้งหลายทั้งปวงของตัวเองให้แก่เด็กคราวลูกตรงหน้า
เซวอสรับผ้าคลุมนั้นมาสวมลงบนร่างกายก่อนที่พิธีจะดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น จนเมื่อมงกุฎถูกสวมลงบนศีรษะและส่องแสงเปล่งประกายเจิดจ้าราวกับเป็นการยอมรับเจ้าของที่คู่ควรกับตำแหน่งอันสูงศักดิ์ ความเปรมปรีดิ์ยินดีก็แผ่กระจายไปทั่วอาณาจักรเฉกเช่นแสงสีทองซึ่งสาดส่องในยามเช้า
กษัตริย์ที่แท้จริงได้กลับคืนสู่เครเวอร์แล้ว...
“ท่านหญิงเจ้าคะ อย่าวิ่งอย่างนั้นสิเจ้าคะ มันไม่งามนะเจ้าคะ” เสียงตะโกนปนหอบจากหญิงพี่เลี้ยงทางด้านหลัง มิทำให้ร่างบางด้านหน้าหยุดวิ่งได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว
บัดนี้ร่างเล็กคิดแต่เพียงใบหน้าอันแสนคิดถึงดวงนั้นอยู่ตลอดเวลา ความรู้สึกคะนึงหาและหวาดกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีหายไปไหนยิ่งเร่งให้เธอต้องสาวเท้าให้เร็วขึ้น เร็วขึ้น เร็วขึ้น จนกระทั่งมาหยุดยืนนิ่งอยู่ที่หน้าห้องห้องหนึ่ง
ก็อกๆๆ
“เชิญ” เสียงที่ตอบรับแทบจะในทันทีที่เธอเคาะประตูห้อง ทำให้หญิงสาวลังเลที่จะเปิดมันเข้าไป เธอจำเสียงที่ทั้งคุ้นหูและคุ้นใจนั้นได้ แต่ถ้าเธอเปิดเข้าไปแล้วไม่ใช่เขาขึ้นมาล่ะ...
แคโรไลยืนนิ่ง ตกอยู่ในภวังค์ความคิดนานจนหญิงพี่เลี้ยงวิ่งมาถึง
“ไม่เข้าไปหรือเจ้าคะท่านหญิง”
แอ๊ด...
คำถามของหญิงพี่เลี้ยงซึ่งมาพร้อมกับประตูที่เปิดออก ทำให้ดวงตาสีทองของหญิงสาวได้สบมองกับดวงตาสีเพลิงอันแสนคิดถึง มือบางยกขึ้นลูบใบหน้าคมเข้มนั้นอย่างเผลอไผล น้ำตาสองสายไหลจากหางตาโดยไม่รู้ตัว
“ท่าน...ท่านกลับมาแล้ว”
“ใช่...ข้ากลับมาแล้ว” หญิงสาวถูกตอบรับด้วยจุมพิตร้อนผ่าวของอีกฝ่าย ทำให้เธอร้องไห้หนักยิ่งขึ้นไปอีก ส่วนหญิงพี่เลี้ยงที่ได้เห็นภาพอันน่าประทับใจก็อดไม่ได้ที่จะมีน้ำตาคลอจนต้องยกผ้าขึ้นมาซับเบาๆ
“ข้าคิดว่าจะไม่ได้เจอกับท่านอีกแล้ว ท่านหายไปไหนมา” อ้อมกอดที่กระชับแน่นมอบความอบอุ่นใจให้กับเขายิ่งนัก
“ข้าก็ไปผจญภัยอย่างที่เจ้าอยากไปนักหนายังไงล่ะ...อุ๊บ” หญิงสาวทุบไปที่ไหล่หนาอย่างหมั่นไส้
“ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ”
“ข้าก็ไม่ได้ล้อเล่นนี่” เซวอสเอ่ยขำ “เข้ามาข้างในก่อนสิ ข้ามีเรื่องจะปรึกษา”
เซวอสหันหลังกลับเข้าห้อง ในขณะที่แคโรไลละล้าละลังที่จะเดินเข้าไปอยู่ในห้องกับชายหนุ่มสองต่อสอง ดวงตาสีทองสวยจึงมองไปยังหญิงพี่เลี้ยงอย่างขอคำแนะนำ
“เข้าไปเถอะเจ้าค่ะ บ่าวจะยืนรอนายหญิงอยู่ข้างนอกนี้ตลอดเวลา” คำอนุญาตกลายๆจากหญิงรับใช้คนสนิททำให้เธอตัดสินใจเดินเข้าไปตามคำเชิญนั้น
ภายในห้องทรงพระอักษรนั้น เซวอสกำลังก้มลงหยิบของบางอย่างในลิ้นชักโต๊ะ ทำให้ผู้เป็นแขกไม่รู้ว่าจะวางตัวอย่างไรดี เธอจึงตัดสินใจยืนรอนิ่งๆอยู่ด้านหน้าโต๊ะแทน
ดวงตาสีทองกวาดมองไปรอบๆอย่างลืมตัว ภายในห้องนี้ช่างเหมือนกับห้องทำงานของเซวอสที่เธอคุ้นตา ทั้งตำแหน่งโต๊ะที่ต้องมีหน้าต่างบานใหญ่ๆ อยู่ด้านหลัง ชั้นหนังสือที่เรียงชิดติดฝาห้องยาวทั้งแถบ แล้วยังโซฟาหนานุ่มกับมุมน้ำชาเอาไว้ให้เจ้าของห้องได้คลายเครียดนั่นอีก...เขาไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด
“แคโรไล...”
“ค...คะ??” ชื่อที่ถูกเรียกขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยอย่างตกใจ ก่อนจะขานรับอย่างงงๆ
“ตอนนี้ข้าขึ้นเป็นกษัตริย์แล้ว” คำพูดขึ้นต้นแปลกๆพร้อมกับใบหน้าคมที่มีสีแดงระเรื่อนิดๆ ทำให้เธออดคิดไม่ได้ว่าเขาช่างน่ารักอะไรอย่างนี้
“เรื่องนั้นพระองค์ไม่ต้องบอกหม่อมฉันก็ทราบดีเพคะ” คำพูดที่เธอจงใจใช้คำราชาศัพท์กวนๆนั้น ทำให้ชายหนุ่มกระแอมไอหนึ่งครั้งเพื่อให้กำลังใจตัวเอง
“แคโรไล ถึงนี่มันอาจจะกะทันหันไปหน่อย แต่...” ชายหนุ่มหยิบสิ่งของที่ซ่อนอยู่ข้างหลังโดยตลอดออกมา ก่อนจะเปิดฝากล่องให้เห็นแหวนวงเล็กประดับด้วยเพชรน้ำงามหนึ่งวง “ข้ารักเจ้า เจ้าจะให้เกียรติเป็นราชินีของข้าได้ไหม”
คำขอแต่งงานที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ความเงียบโรยตัวในอากาศนานหลายวินาที
“จ...เจ้ากำลัง...ขอข้าแต่งงาน?” หญิงสาวทวนคำก่อนที่ชายหนุ่มจะพยักหน้ารับ
“แต่ถ้าเจ้ายังไม่อยากแต่งงาน เรา...” พูดไม่ทันจบประโยค ร่างเล็กก็พุ่งตัวเข้ากอดร่างสูงไว้แน่นเสียยิ่งกว่าตอนอยู่หน้าห้อง
“ข้าไม่มีเหตุผลใดจะปฏิเสธเจ้าอยู่แล้วไม่ใช่หรือ” น้ำเสียงอ่อนหวานเจือยินดี สร้างความสุขให้แก่ชายหนุ่มมากมายเสียจนบรรยายไม่ถูก
“ข้ารักเจ้าแคโรไล”
“ข้าก็รักท่านค่ะ”
บทนำ : http://seldom.exteen.com/20100520/entry
Chapter 1 รายนาม : http://seldom.exteen.com/20100520/chapter1
Chapter 2 เดท? : http://seldom.exteen.com/20100520/chapter2
Chapter 3 เปิดเผย : http://seldom.exteen.com/20100707/chapter3
Chapter 4 งานเวทประยุกต์ : http://seldom.exteen.com/20110418/chapter4
Chapter 5 ปิดเทอม : http://seldom.exteen.com/20110418/chapter5
Chapter 6 จุดเริ่มต้น : http://seldom.exteen.com/20110730/chapter6
Chapter 7 บทสรุปที่ยังไม่สิ้นสุด : http://seldom.exteen.com/20111016/chapter7